โบท็อกซ์หางตา แล้วสั่งลาตีนกาได้เลย

รอยตีนกา เป็นสิ่งหนึ่งเราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น เพราะมักจะเกิดจากการแสดงสีหน้าและแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็น หัวเราะ ร้องไห้ ยิ้ม ความเครียด รวมทั้งการพูดคุยระหว่างวัน ก็มีส่วนที่ทำให้ริ้วรอยบนในหน้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่หางตาและระหว่างคิ้ว แถมยิ่งนานวันร่องรอยเหล่านี้ก็ลึกขึ้นและชัดขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

วิธีที่จะทำให้รอยตีนกาเหล่านี้หลายไปทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้, การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, ไม่ขยี้ตาบ่อยๆ, ไม่เครียด, การหลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษ, ใช้ครีมบำรุง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อทำแล้วช่วยให้ตีนกาขึ้นดีขึ้นแต่คงต้องใช้เวลานานสักหน่อย แต่ทางลัดที่จะทำให้รอยดีกาหายไปอย่างรวดเร็วคือการฉีดโบท็อกซ์ เข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อหางตา สารโบท็อกซ์จะเข้าไปทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว รอยย่นที่เกิดขึ้นจากการดึงรั้งของกล้ามเนื้อนั้นๆ จะค่อยๆ จางหายในระยะเวลาเพียง 2-3 หลังฉีด และให้ผลเด่นชัดที่สุดหลังจาก 7 วันที่ฉีดโบท็อกซ์แล้ว และจะแสดงผลอยู่ประมาณ 6-9 เดือน แต่สามารถฉีดซ้ำได้เมื่อโบท็อกซ์ใกล้หมดฤทธิ์ ซึ่งควรฉีดในปริมาณที่เหมาะสม เพราะหากฉีดมากเกินไปจะทำให้หน้าดูแข็งเวลาแสดงสีหน้าได้ นอกจากจะฉีดเพื่อลบเรือนริ้วรอยตีนกาแล้ว โบท็อกซ์ยังช่วยยกกระชับกล้ามเนื้อต่างๆ ทั่วใบหน้า และช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็นสารเติมเต็มความสวยความงามที่สาวๆ ทั่วทั้งโลกให้การยอมรับและติดอกติดใจเป็นอย่างมาก

ใครที่อยากจะลาขาดจากรอยตีนกาด้วยเวลาอันรวดเร็ว สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้และมีความปลอดภัยสูง นั้นก็คือ โบท็อกซ์ ไม่เชื่อลองไปปรึกษาคลินิกแถวบ้านดูได้เลย รับประกันว่าคุณจะรู้สึกได้ถึงความมั่นใจเหมือนกับไป 14 อีกครั้ง

ปวดไมเกรน โบท็อกซ์ช่วยรักษาได้นะ

ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยความงามอย่างเดียวซะแล้ว สำหรับ โบท็อกซ์ สุดยอดสารจากธรรมชาติที่ช่วยเสกให้สาวๆ หนุ่มๆ ดูดีดีเป๊ะขึ้นได้ในพริบตา แถมไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวเพราะโบท็อกซ์ยังเป็นสารทางการแพทย์ที่ช่วยแก้ปัญหาไมเกรนได้อีกด้วย

เพราะการปวด ไมเกรน มีสาเหตุมาจากการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่า ซึ่งการตึงลักษณะนี้จะไปรบกวนระบบการไหลเวียนของเลือกที่ไปเลี้ยงสมอง เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจะทำให้มีอาการวิงเวียนศรีษะ คลื่นไส้ อาเจียน เห็นแสงระยิบระยับ ซึ่งอาการเหล่านี้การทานยาแก้ปวดในระยะแรกอาจจะช่วยบรรเทาได้ แต่ในระยะยาวไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้ปวด แต่โบท็อกซ์ ซึ่งเป็นสารโปรตีนบริสุทธิ์ ที่ออกฤทธิ์ช่วยคลายกล้ามเนื้อในบริเวณที่หดตัวได้ ทำให้อาการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่า คล้ายลง ช่วยให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองได้เป็นอย่างดี จึงเรียกว่าเป็นการรักษาไมเกรนจากต้นตอเลยทีเดียว โดยการฉีดโบท็อกซ์เพื่อรักษาอาการไมเกรน จะฉีดทุกๆ 3 เดือน ซึ่งจะสามารถบรรเทาอาการปวดลงได้เป็นอย่างมาก ลดความถี่ของการปวดศรีษะลง รวมทั้งยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยบริเวณหน้าผากให้ดูน้อยลงด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็นผลข้างเคียงที่ถูกใจผู้ป่วยแบบสุดๆ แต่การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหาอาการไมเกรนต้องฉีดโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะตำแหน่งการฉีดเป็นตำแหน่งที่เฉพาะสุดๆ แพทย์ที่จะสามารถฉีดได้ต้องรับการอบรมการฉีดโบท็อกซ์รักษาไมเกรนโดยเฉพาะ

เห็นมั้ยค่ะว่าความเก๋ของ โบท็อกซ์ ไม่ใช่แค่ช่วยให้หน้าตึง ไร้ริ้วรอย อย่างเดียวเท่านั้น ยังเป็นเหมือยยาทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาคนที่ปวดหัวไมเกรนอย่างได้ผล ยังไงใครที่มีปัญหาไมเกรนอยู่ ลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เลย นอกจากจะหากปวดหัวแล้วยังหน้าเด้งขึ้นอีกต่างหาก

 

 

 

โบท็อกซ์ ช่วยให้ขาเล็กได้จริงหรือ

โบท็อกซ์
โบท็อกซ์

ปัญหาขาใหญ่ ต้นขาใหญ่ จนใครๆ ตั้งฉายาว่า ขาต้นซุง เป็นอีกปัญหาหนักอกของบรรดาสาวๆ เพราะบางคนไม่ว่าจะมีร่างกายผ่ายผอมขนาดไหน แต่ก็ติดปัญหาที่มีต้นขาใหญ่อยู่ดี ซึ่งการทำศัลยกรรมลดต้นขา เป็นเรื่องที่ทำได้ลำบาก เพราะ ขา เป็นอวัยวะที่เราต้องใช้เดินตลอดเวลา หากเราต้องผ่าตัด การฟื้นตัวจะช้ากว่าจุดอื่นๆ ของร่างกาย แต่ทางออกสำหรับผู้ที่อยากมีขาเรียวเล็ก สามารถแก้ไขได้ด้วยการ ฉีดโบท็อกซ์ ค่ะ

โบท็อกซ์ เป็นสารโปรตีนสกัด ที่เมื่อฉีดเข้าไปจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ไม่มีมัดกล้าม ทำให้ขาเล็กลงได้ แต่ต้องชี้แจ้งไว้ก่อนเลยว่า โบท็อกซ์ จะช่วยลดเฉพาะตรงส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อเท่านั้น คนไหนที่มีไขมันมากๆ อาจจะต้องทำการลดไขมันลงเสียก่อน เพราะการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ซึ่งก่อนจะฉีดโบท็อกซ์ แพทย์จะทำการวัดปริมาณกล้ามเนื้อกับไขมันบริเวณขาของเราก่อน ใครที่มีผลของไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีด เพราะเป็นการเสียเงินฟรีๆ เพราะจะไม่เห็นผลใดๆ เท่าไหร่นัก แต่สำหรับคนที่ฉีดได้ หลังจากฉีดแล้ว ขาจะเล็กลงตามที่คุณต้องการภายใน 4 สัปดาห์ แต่จะคงสภาพขาเรียวสวยไว้ได้ประมาณ 4-6 เดือนเท่านั้น เพราะต้องเข้าใจว่า ขาเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่ขยับและใช้งานหนัก จึงทำให้สารโบท็อกซ์จะหมดฤทธิ์เร็วกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ดังนั้นแนะนำว่าควรฉีดโบท็อกซ์ที่ขาประมาณปีละ 3 ครั้ง เพื่อคงสภาพขาเรียวเล็กไว้ได้อย่างที่ใจคุณต้องการ

ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่อง ขาใหญ่ ใส่กระโปรงก็ไม่ได้ ใส่กางเกงก็ไม่สวย หาเวลาไปปรึกษาแพทย์ได้เลยจ้า จะได้มั่นใจทุกครั้งไม่ว่าจะใส่ชุดไหน กระโปรงสั้นขนาดไหน ออกจากบ้านยังไงละค่ะ